แผนงานวิจัย

โครงการวิจัย

โครงการวิจัยภายใต้แผนงานวิจัย ประกอบด้วย 8 แผนงานหลัก ได้แก่

1. โครงการความหลากหลายของสัตว์ขาปล้องที่มีความสำคัญทางการแพทย์ และสัตว์ขาปล้องขนาดเล็กในดินในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชฯ ในพื้นที่เขาวังเขมร จังหวัดกาญจนบุรี

2. โครงการการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และการตรวจหาโรคติดเชื้อก่อโรคในสัตว์ป่า บริเวณพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช เขาวังเขมร จังหวัดกาญจนบุรี

3. การสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการ สารชีวภาพสำคัญและประโยชน์ เชิงสุขภาพของแหล่งอาหาร พื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เขาวังเขมร จังหวัดกาญจนบุรี

4. การสำรวจและจัดทำฐานข้อมูล ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ การแพร่กระจายกับการประยุกต์ใช้เชิงเศรษฐกิจของไม้ที่ให้น้ำมันหอมระเหย หอยบก หอยน้ำจืด และเห็ดสมุนไพรบริเวณพื้นที่เขาวังเขมร อ.ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

5. การศึกษาทางอนุกรมวิธาน ความหลากหลาย และอนุรักษ์พันธุกรรมพืชพื้นที่ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เขาวังเขมร จังหวัดกาญจนบุรี

6. โครงการการศึกษาการปรับตัวของพืชในบริเวณเขาวังเขมร จังหวัดกาญจนบุรี

7. โครงการการจำแนกลักษณะสังคมไม้ต้นและการจัดทำฐานข้อมูลภูมิ สารสนเทศ พื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี(เขาวังเขมร จังหวัดกาญจนบุรี)

8. โครงการสำรวจและศึกษาพืชสมุนไพรที่ใช้ในการผลิตยาสมุนไพรไทยพื้นที่ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เขาวังเขมร จังหวัดกาญจนบุรี

ฐานข้อมูลชนิดพรรณพืช พื้นที่เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี


การสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการ สารชีวภาพสำคัญและประโยชน์เชิงสุขภาพของแหล่งอาหาร พื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เขาวังเขมร จังหวัดกาญจนบุรี

ชื่อหัวหน้าโครงการ : ผศ.ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล
สังกัด : สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

วัตถุประสงค์ในการวิจัย

  1. เพื่อร่วมสนองพระราชดำริ ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
  2. สำรวจทรัพยากรชีวภาพจากพืชและ/หรือสัตว์ที่ใช้บริโภคตามภูมิปัญญาพื้นบ้านในพื้นที่ศึกษาบริเวณศูนย์อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรภาคตะวันตก
  3. ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการและสารพฤกษเคมีหรือสารชีวภาพสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของพืชและ/หรือสัตว์อาหาร
  4. ศึกษาคุณสมบัติเชิงสุขภาพในเบื้องต้นของพืชและ/หรือสัตว์อาหาร
  5. จัดทำฐานข้อมูลสำหรับการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภค

ระเบียบวิธีวิจัย

  1. สำรวจแหล่งอาหารทั้งจากพืชและสัตว์ที่มีการใช้บริโภคในท้องถิ่นหรือชุมชน ที่พบในบริเวณพื้นที่ป่าและแหล่งน้ำในพื้นที่ศึกษาบริเวณศูนย์อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรภาคตะวันตก (เขาวังเขมร)
  2. เก็บตัวอย่างอาหารที่น่าสนใจ และพบในปริมาณที่ค่อนข้างมากพอ นำมาคัดเลือกเฉพาะส่วนที่บริโภคได้ ทำความสะอาดด้วยน้ำประปา และน้ำปราศจากแร่ธาตุ (Deionized water) ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปหั่น และบดให้เป็นเนื้อเดียวกัน (Homogenized sample) ด้วยเครื่องปั่น (Food Processor) ถ้ามีการลวกหรือต้ม ใช้น้ำปราศจากแร่ธาตุ ต้มให้เดือด แล้วนำผักที่สะอาดไปลวกประมาณ 30-60 วินาที (ระยะเวลาการลวก/ต้มจะขึ้นกับลักษณะของผักแต่ละชนิด) นำผักขึ้นจุ่มในน้ำเย็น ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ และนำไปบดให้เป็นเนื้อเดียวกัน แบ่งตัวอย่างออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกเก็บใส่ในขวดพลาสติกที่ผ่านการล้างแช่กรดแล้ว เก็บที่ตู้แช่แข็ง -20oC เพื่อนำไปวิเคราะห์ความชื้นและสารอาหารอื่นๆ ต่อไป อีกส่วนหนึ่งนำไปทำให้แห้งด้วยเครื่อง Freeze Dryer นำมาบดให้เป็นผงละเอียด (Lyophilized fine powder) แบ่งตัวอย่างใส่ถุง Aluminum foil เก็บในตู้แช่แข็ง -20oC เพื่อใช้สำหรับวิเคราะห์สารชีวภาพสำคัญที่มีประโยชน์ และคุณสมบัติในเบื้องต้นต่อสุขภาพ
  3. วิเคราะห์สารอาหาร ในห้องปฏิบัติการสถาบันโภชนาการ โดยวิธีการวิเคราะห์ที่เป็นมาตรฐานสากลตาม Association of Official Analytical Chemists (AOAC)
  4. รวบรวมข้อมูล และจัดทำฐานข้อมูล

สรุปผลงานการวิจัยที่ได้ดำเนินการมาแล้ว

การสำรวจแหล่งอาหารในปีงบประมาณ 2553 ของพื้นที่เขาวังเขมร รวมทั้งสิ้นจำนวน 8 ครั้ง พบพืชที่กินได้จำนวน 66 ชนิด และเก็บตัวอย่างเพื่อการศึกษาในห้องปฏิบัติการจำนวน 16 ชนิด 22 ตัวอย่าง ได้แก่ มะขามป้อม(ผล) หนามปู่ย่าหรือช้าเรือด(ยอด) โทงเทง(ผล) ถั่วคล้า(ฝัก) แคหางค่าง(ฝัก) มะระป่า(ยอด) กระพี้จั่น(ยอด) ผักหวานป่า(ยอด) ดอกดิน(ดอก) ผักบุ้งป่า(ยอด) บุก(ลำต้นด้านใน) มะกอกป่า(ผล) กระชายป่า(เหง้า) ตะคร้อ(ผล) มะเม่า(ผลสีเขียว) และเห็ดโคน(ต้น) ผลการวิเคราะห์ในเบื้องต้นของตัวอย่างพืชที่เก็บได้ในปีนี้ พบว่าพืชทั้งหมดมีน้ำเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ สารอาหารหลักที่พบได้แก่โปรตีน พืชส่วนใหญ่มีใยอาหารค่อนข้างสูง เช่นในยอดกระพี้จั่น ยอดหนามปู่ย่า และผลมะขามป้อม แร่ธาตุที่เด่นๆได้แก่ ยอดมะระป่า ผลมะกอกป่า และยอดผักหวานป่า แร่ธาตุปริมาณน้อย (Trace mineral) พบธาตุเหล็กสูงสุดในยอดมะระป่า หนามปู่ย่า และกระพี้จั่น ส่วนวิตามินซีพบสูงมากในผลของมะขามป้อม โพลีฟีนอล (Polyphenol) เป็นสารประกอบกลุ่มใหญ่ที่รวมสารออกฤทธิ์สำคัญของพืชไว้ด้วยกัน ในการศึกษาครั้งนี้พบว่าพืชที่มีปริมาณโพลีฟีนอลสูงสุดคือ ยอดหนามปู่ย่า ผลมะขามป้อม และผลมะกอกป่า และยังพบว่าคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant activity) สูงในผลมะขามป้อม ยอดหนามปู่ย่า และผลมะกอกป่า การวิเคราะห์สารอาหารส่วนใหญ่ได้ดำเนินการวิเคราะห์ไปแล้ว และบางส่วนได้รายงานไว้ในครั้งนี้สำหรับสารชีวภาพสำคัญ/สารพฤกษเคมี เช่น ฟลาโวนอยด์ คาโรทีนอยด์ และอื่นๆ รวมถึงคุณสมบัติเชิงสุขภาพเบื้องต้น นอกเหนือจากการต้านอนุมูลอิสระ เช่น การต้านการก่อกลายพันธุ์ และการกำจัดสารพิษ อยู่ในระหว่างดำเนินการและจะได้นำเสนอต่อไป อย่างไรก็ตามผลการวิเคราะห์ในเบื้องต้นของตัวอย่างพืชที่เก็บได้ในปีนี้พบว่า ผักหวานป่า มะขามป้อม มะกอกป่า กระพี้จั่น และมะระป่า เป็นพืชที่มีศักยภาพในเชิงของคุณค่าทางโภชนาการ ควรนำไปเผยแพร่ในชุมชนเพื่อใช้บริโภคให้กว้างขวางมากขึ้น และส่งเสริมให้มีการเพาะปลูก หรือเพาะเลี้ยง เพื่อการอนุรักษ์ และเพิ่มความหลากหลายของแหล่งอาหารให้แก่ชุมชน อีกทั้งสามารถนำไปวิจัย และพัฒนาต่อยอดในด้านของประโยชน์ต่อสุขภาพ หรือนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้มากยิ่งขึ้นได้

 
contact สำนักงานประสานงานกลาง คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ โทร 02441-5000 ต่อ 1222 อีเมล teeranong@yahoo.com