14 มี.ค.62 เวลา 09.00 น. ศาสตราจารย์นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิด พร้อมด้วย รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ กล่าวรายงาน การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างสำนักงานศาลปกครองกับมหาวิทยาลัยมหิดล บันทึกข้อตกลงโครงการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและการระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Environmental Collaboration and Conflict Resolution for Executives and Senior Managers Certificate Program) โดยมีผู้ลงนาม ได้แก่ นายอติโชค ผลดี รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สักขีพยาน ได้แก่ นายบรรยาย นาคยศ รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ โดยในเวลา 10.00 น. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดการเสวนาวิชาการเรื่อง "ถอดบทเรียนคดีสิ่งแวดล้อม ตอน อุทาหรณ์ ฝุ่น PM2.5” ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ ประธานแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ ในศาลปกครองสูงสุด นางมณีวรรณ พรหมน้อย ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผศ.ดร. เอื้อมพร มัชฌิมวงศ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายการคลัง มหาวิทยาลัยมหิดล รศ.นพ.สัมมน โฉมฉาย รองศาสตราจารย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม ประจำคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ดำเนินการเสวนา ดร.วิษณุ ตัณฑวิรุฬห์ ณ ห้องเธียเตอร์ 4224 ชั้น 2 อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

สรุปความจากเสวนา

นางมณีวรรณ พรหมน้อย ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด กล่าวถึงคดีสิ่งแวดล้อม  มีการฟ้องคดีทั้ง 2 ศาล ถ้าฟ้องผู้ประกอบการที่เป็นภาคเอกชน โดยมากผู้เสียหายจะฟ้องศาลยุติธรรม แต่หากเป็นหน่วยงานภาครัฐ ก็จะฟ้องมาที่ศาลปกครอง ซึ่งการพิจารณาในศาลปกครอง จะพิจารณาว่า เขามีหน้าที่ปฏิบัติแล้วละเลย หรือปฏิบัติไม่ถูกต้องหรือไม่

"ทำไมศาลปกครองตัดสินให้หน่วยงานของรัฐชดใช้ค่าเสียหาย  กรณีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กฟผ.ถูกฟ้อง เนื่องจากเป็นผู้ก่อมลพิษ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกิดจากการเผาถ่านหิน ส่วนที่ให้หน่วยงานรัฐจ่าย เป็นส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมา ศาลปกครองเคยกำหนดค่าเสียหาย โดยเฉพาะกับสุขภาพ จะสงวนไว้ ศาลจะกำหนดค่าเสียหายเพิ่มเติม ในอีก 2 ปีข้างหน้าหากปรากฎว่า มีผู้เจ็บป่วยจากการละเลยจากหน้าที่เพิ่มขึ้น

ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 บ้านเรามีกฎระเบียบมาก ทั้งกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายการป้องกันสาธารณภัย กฎหมายสาธารณสุข ให้อำนาจกรณีเกิดเหตุเป็นภัยร้ายแรง ให้อำนาจนายกรัฐมนตรี ให้อำนาจผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ปฏิบัติการได้เลย ดังนั้น จึงอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้บริหารว่า ถึงเวลาหรือยังที่เขาจะเข้าไปทำหน้าที่นั้นๆ

"ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดจากมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ ต้องช่วยกันทุกฝ่าย แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าแต่ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น คนในสังคมต้องตระหนักรู้ถึงพิษภัยของปัญหาก่อน รู้ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ขณะเดียวกันหน่วยงานของรัฐก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เข้มแข็ง ศาลซึ่งเป็นปลายทาง ก็จะทำงานด้านนี้น้อยลง "

ขณะที่นายสุเมธ รอยกุลเจริญ ประธานแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ ในศาลปกครองสูงสุด กล่าวถึงคดีสิ่งแวดล้อมมีความยากในการพิจารณา เพราะไม่ได้เกิดทันทีทีทันใด แต่ค่อยๆ สะสมจนเกิดผลกระทบกับประชาชน รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งความยากในการคำนวณเพื่อเยียวยาความเสียหาย

"คดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่ศาลตัดสินให้กฟผ.จ่ายเงินเยียวยาชาวบ้านเป็นรายบุคคลตามความเหมาะสมนั้น เป็นผลดีกับภาคราชการ ต่อไปนี้ทำอะไรต้องเปิดเผยข้อมูลกับประชาชน"

นายสุเมธ กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 สิ่งสำคัญคือข้อมูลทางการแพทย์ ที่ภาครัฐต้องบอกถึงผลกระทบกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา มลพิษในประเทศไทยแทบทุกเรื่องหากภาครัฐเอาใจใส่ กำกับให้เป็นไปตามกฎหมาย ก็จะบรรเทาปัญหาให้น้อยลงได้ ซึ่งการนำเรื่องฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องหน่วยงานภาครัฐละเลยการปฏิบัติหน้าที่แทบทั้งสิ้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอื้อมพร มัชฌิมวงศ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายการคลัง มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในเมืองที่เกิดขึ้น แตกต่างจากเหตุการณ์มลพิษทางอากาศจากเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 หลักๆ มาจากการจราจร ฉะนั้นผู้ก่อมลพิษ (polluter) จึงมีหลายเจ้าภาพมาก การพิจารณาคดีด้านสิ่งแวดล้อม จึงยากมากที่จะหาผู้รับผิดชอบ หรือมาจ่ายชดเชยด้านสิ่งแวดล้อม

"การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ จึงมักไปแก้เชิงระบบ เช่น การเปลี่ยนคุณภาพน้ำมัน การปรับปรุงคุณภาพการระบายมลพิษทางอากาศของโรงงานต่างๆ " ผศ.ดร.เอื้อมพร กล่าว และว่า PM 2.5 ผู้ก่อมลพิษจึงไม่ชัดเจน เป็นเรื่องที่พิสูจน์กันยากมากว่ามาจากที่ไหน นอกจากตรวจพบมาจากโรงงานที่ปล่อยมลพิษอย่างชัดเจน

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สัมมน โฉมฉาย ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงปัญหาสุขภาพมีทั้งระยะสั้น และระยะยาว ที่น่ากลัวมากกว่า คือระยะยาว ซึ่งมองไม่เห็นและไม่สามารถรู้สึกได้ ฉะนั้น ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ระยะสั้น มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยในโรงพยาบาลอย่างชัดเจน ทั้งคนไข้เด็ก และผู้ใหญ่ โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจ หลอดลมอักเสบ ระคายเคืองจมูก ส่วนคนที่มีโรคเดิมอยู่แล้ว ก็ไอมากขึ้น ส่วนผลทางอ้อม ได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ซึ่งฝุ่นเข้าไปทำให้ระบบการป้องกันของร่างกายแย่ลง

"ปีนี้เราเจอคนไข้มากขึ้นจริง มีคนไข้จำนวนมากมาด้วยโรคผื่นคัน ระคายเคืองตา ติดเชื้อที่ตาเป็นโจทย์ใหม่ที่หมอผิวหนังไม่เคยเจอมาก่อน" รศ.นพ.สัมมน กล่าว และว่า เรายังเจอคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น หลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นด้วย ฉะนั้น แนวทางการใช้ชีวิตต้องปรับตัว เช็คปริมาณฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพด้วยตัวเอง ลดการสัมผัสเท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะยอมรับว่า ปัญหาฝุ่นยังคงอยู่กลับเรา และจะกลับมาทุกๆ ปี ตามฤดูกาล

สุดท้ายนายกรศิษฐ์ ภัคโชตานนท์ อดีตผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวการดำเนินงานเพียงเพื่อให้ประชาชนให้ใช้ไฟราคาถูก แต่กลับไปสร้างผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนกลุ่มหนึ่งต้องมาเสียสละนั้น เป็นเรื่องไม่ถูกต้องแล้ว วันนี้กฟผ.มีการปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการทำงานกฟผ.จะเลือกเทคโนโลยีที่ดีที่สุดตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ฉะนั้น โรงไฟฟ้าใหม่ๆ ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลก และให้ชุมชนร่วมตรวจสอบ

(เครดิตเนื้อหาบางส่วนจาก สำนักข่าวอิศรา)

 

:: ดูภาพกิจกรรม