• +662 441 5000
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ENVI Mahidol จัดกิจกรรม “ENVI Mahidol-School Hackathon” เปิดเวทีสร้างสรรค์ : นวัตกรรมสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00–16.30 น. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรม “ENVI Mahidol-School Hackathon” ณ ห้องบรรยาย 4224 ชั้น 2 อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล ภายใต้โจทย์โครงงาน “นวัตกรรมสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)”

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 จากทั่วประเทศที่มีความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งผลงานกว่า 240 ผลงานเข้าร่วมประกวด โดยมีโครงงานที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 โครงงาน เข้าสู่การนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศ (Final Round) ณ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อคัดเลือกผลงานที่มีความโดดเด่นและสร้างสรรค์ที่สุด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงโปสเตอร์ผลงานของนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการ จำนวน 30 ผลงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย

ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุรีย์วัลย์ สิทธิจันดา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กันต์ ปานประยูร อาจารย์ ดร.วีรฉัตร์ ฉัตรปัญญาเจริญ และอาจารย์ ดร.นรินทร์ บุญตานนท์ คณาจารย์จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการนำเสนอโครงงาน ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ เป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

กิจกรรม ENVI Mahidol-School Hackathon จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกลุ่มเยาวชน พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป.

ดูรูปทั้งหมดที่ https://drive.google.com/drive/folders/1_2l8vJkHzYDlFgH1qSjwcyxJupzKGBb5


ENVI Mahidol จัดประชุมวิชาการการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับชาติ ครั้งที่ 2 ชูแนวคิด “Real World Impact” ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การเปลี่ยนแปลงโลก

5 มิถุนายน 2569 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดการประชุมวิชาการการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับชาติ ครั้งที่ 2 (The 2nd EN Sustainable Development National Conference: ENSD Conference 2026) ภายใต้หัวข้อ “Real World Impact: เสริมสร้างผลกระทบเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก” ณ อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม

ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเปิดการประชุม พร้อมเน้นย้ำบทบาทของงานวิจัยและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานทางวิชาการทั้งในรูปแบบภาคบรรยาย (Oral Presentation) และภาคโปสเตอร์ (Poster Presentation) ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างนักเรียน นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ นักวิชาการ บุคลากรสายสนับสนุน และผู้สนใจจากหลากหลายสถาบัน อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน
หัวข้อการนำเสนอผลงานวิจัยครอบคลุม 10 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและนโยบาย การจัดการมลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ นิเวศวิทยาเมืองและอุตสาหกรรม เกษตรกรรมที่ยั่งยืนและความมั่นคงทางอาหาร สังคมศาสตร์และสาธารณสุข วิทยาศาสตร์ธรรมชาติและนิเวศวิทยา พลังงานทางเลือก สารสนเทศสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยภาคบรรยายมากกว่า 100 ผลงาน แบ่งการนำเสนอออกเป็น 4 ห้องประชุมตลอดทั้งวัน โดยผลงานที่นำเสนอสะท้อนถึงความหลากหลายขององค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน อาทิ การประเมินและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการขยะและมลพิษ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาพลังงานสะอาด เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ นวัตกรรมวัสดุชีวภาพ การพัฒนาองค์กรดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนงานวิจัยด้านสาธารณสุขและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

นอกจากนี้ ผลงานวิจัยจำนวนมากยังมุ่งตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ผ่านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ทางสังคมศาสตร์ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิด “Real World Impact” ที่มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

การประชุมวิชาการการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับชาติ ครั้งที่ 2 นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศและระดับโลกต่อไป

ดูรูปทั้งหมดที่ https://drive.google.com/drive/folders/1_2l8vJkHzYDlFgH1qSjwcyxJupzKGBb5


ENVI Mahidol จัดเสวนา “NEXT MOVE TO NET ZERO” ชูบทบาทการศึกษาและความร่วมมือทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคคาร์บอนต่ำ

5 มิถุนายน 2569 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมเสวนาพิเศษ หัวข้อ “NEXT MOVE TO NET ZERO : เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่ยุคคาร์บอนต่ำ” ภายใต้กิจกรรม “ENVI Mahidol-School Hackathon” และงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ณ อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม

การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา ได้แก่ ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ คณะทำงาน BCG Model สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.ปฏิมา สินธุภิญโญ Lead of ESG Governance & Integration บริษัท SCG และรองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

ภายในเวทีเสวนา ผู้ร่วมเสวนาได้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งจากภัยแล้ง น้ำท่วม คลื่นความร้อน ไฟป่า และมลพิษทางอากาศ จึงจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเร่งปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

คณะผู้เสวนาได้เน้นย้ำว่า การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เนื่องจากกฎระเบียบการค้าโลก แนวทางด้าน ESG และความต้องการของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรที่สามารถบริหารจัดการการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพจะมีความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด พลังงานหมุนเวียน นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ด้านความยั่งยืน ควบคู่กับการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ESG และ Net Zero เข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมให้เยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมในอนาคต

พร้อมกันนี้ ผู้ร่วมเสวนายังเน้นถึงความสำคัญของความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และประชาชน รวมถึงบทบาทของผู้นำองค์กรในการกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และกลไกการติดตามผลที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานด้านความยั่งยืนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ต้องอาศัยความร่วมมือและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาคน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำและอนาคตที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ข้อคิดสำคัญจากเวทีเสวนาคือ “การมุ่งสู่ Net Zero ไม่ใช่หน้าที่ของภาคใดภาคหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน และการลงทุนที่สำคัญที่สุด คือ การลงทุนในการศึกษาและการพัฒนาคน เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมและโลกของเรา”

ดูรูปทั้งหมดที่ https://drive.google.com/drive/folders/1_2l8vJkHzYDlFgH1qSjwcyxJupzKGBb5


คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล จัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day 2026” ผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนและเป้าหมาย Net Zero

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 – คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day 2026” ณ อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธีเปิด โดยกล่าวถึงความสำคัญของวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือระดับนานาชาติในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้นย้ำว่า “สิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของมนุษยชาติเพื่อส่งต่อโลกที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นถัดไป” และชี้ให้เห็นว่าการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตพลังงาน และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วโลก การจัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จึงมุ่งสร้างการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในพิธีเปิด ผู้บริหาร คณาจารย์ และแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกิจกรรม “รดน้ำต้นไม้” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการบ่มเพาะองค์ความรู้ ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อแนวคิดการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสู่คนรุ่นต่อไป

กิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วย

• การเสวนาพิเศษหัวข้อ “NEXT MOVE TO NET ZERO: เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่ยุคคาร์บอนต่ำ” เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางการปรับตัวขององค์กรในบริบทเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

• การประชุมวิชาการระดับชาติด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2 ซึ่งมีผู้สนใจส่งผลงานวิชาการเข้าร่วมนำเสนอจำนวน 85 บทความ แบ่งเป็นการนำเสนอภาคบรรยาย 69 บทความ และภาคโปสเตอร์ 16 บทความ

• กิจกรรม “ENVI Mahidol–School Hackathon” เวทีแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมของเยาวชนจากโรงเรียนเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ จำนวน 20 โรงเรียน ประกอบด้วยการนำเสนอโครงงาน 20 ทีม และการนำเสนอผลงานในรูปแบบโปสเตอร์ 26 ทีม

• นิทรรศการและบูธวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม โดยนักศึกษาและหน่วยงานภาคี รวมถึงการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวจากภาคเอกชนชั้นนำ

• การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการออกร้านผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากชุมชนในจังหวัดนครปฐม อาทิ ชุมชนเกาะลัดอีแท่น ตำบลไร่ขิง และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตำบลกระทุ่มล้ม

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และเยาวชน ในการร่วมกันสร้างองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และผลักดันแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน และขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคตต่อไป

ดูรูปทั้งหมดที่ https://drive.google.com/drive/folders/1_2l8vJkHzYDlFgH1qSjwcyxJupzKGBb5


ENVI Mahidol รับการประกาศเชิดชูเกียรติหลักสูตรที่ผ่านการรับรอง AUN-QA ในงาน Mahidol QD Champion Forum 2026

4 มิถุนายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดี พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ปรมิตา พันธ์วงศ์ ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) ศาสตราจารย์ ดร.เบญจภรณ์ ประภักดี และบุคลากรคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมงาน Mahidol QD Champion Forum 2026 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการพัฒนาคุณภาพหลักสูตรและยกย่องหลักสูตรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับสากล

ในโอกาสนี้ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการประกาศเชิดชูเกียรติและรับประกาศนียบัตรในฐานะหลักสูตรที่ได้รับการรับรองคุณภาพระดับหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN-QA (ASEAN University Network Quality Assurance) ซึ่งเป็นมาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษาระดับนานาชาติของเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน สะท้อนถึงคุณภาพการบริหารจัดการหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ภายในงานมีการนำเสนอ “12 เรื่องเล่าพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นเลิศระดับสากล” จาก 12 หลักสูตรคุณภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้แนวคิด “1-1-1 Concept: 1 Practice | 1 Impact | 1 Idea” พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการบรรยายแบบ Lightning Talk และนิทรรศการ Poster Exhibition ที่รวบรวมผลงานด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย

การได้รับการรับรองตามเกณฑ์ AUN-QA ในครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการพัฒนาหลักสูตรสู่มาตรฐานสากล ตลอดจนการผลิตบัณฑิต นักวิจัย และผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมที่มีศักยภาพ พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ


© 2026 Faculty of Environment and Resource Studies, Mahidol University . All Rights Reserved.